เกจปรับแรงดันไนโตรเจน บอกค่าอะไรบ้าง?

สู่ระบบทำความเย็นหรือระบบปรับอากาศ หน้าที่หลักคือ “ลดแรงดันสูงจากถัง” ให้เหลือระดับที่เหมาะสมต่อการใช้งาน เช่น ใช้เป่าทำความสะอาดท่อ, ใช้ทดสอบแรงดัน (Pressure Test), หรือใช้ไล่ความชื้นและสิ่งสกปรกออกจากระบบก่อนแวคคั่ม หากไม่มีเกจปรับแรงดัน ไนโตรเจนจากถังที่มีแรงดันสูงมากอาจสร้างความเสียหายให้กับท่อแฟร์ หรืออุปกรณ์ภายในระบบได้

สำหรับช่างแอร์มืออาชีพ เกจตัวนี้ถือว่าเป็น “ของคู่กาย” เพราะช่วยให้เราทำงานได้แม่นยำ ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบโดยไม่จำเป็น ยิ่งงานติดตั้งใหม่หรืองานซ่อมที่ต้องเชื่อมท่อทองแดง การใช้ไนโตรเจนไล่ขณะเชื่อม (Nitrogen Purging) ก็เป็นมาตรฐานที่ช่วยลดคราบเขม่าในท่อได้อย่างชัดเจน

เกจปรับแรงดันไนโตรเจน สามารถดูค่าอะไรได้บ้าง?

ก่อนจะไปดูรายละเอียดค่าแต่ละตัว เราต้องเข้าใจก่อนว่า เกจปรับแรงดันไนโตรเจนทั่วไปจะมีหน้าปัดอย่างน้อย 2 ฝั่ง คือ ฝั่งถัง (Cylinder Pressure) และฝั่งจ่ายออก (Delivery Pressure) โดยทั้งสองค่านี้มีหน้าที่ต่างกันชัดเจน ถ้าอ่านค่าไม่ถูก อาจทำให้วิเคราะห์ระบบผิดพลาดได้

1. Delivery Pressure (ฝั่งออก / ฝั่งจ่าย)

Delivery Pressure คือค่าแรงดันที่ถูกปรับลดแล้ว และกำลังจะถูกส่งเข้าสู่ระบบ ค่านี้เป็นค่าที่เราควบคุมได้จากปุ่มหมุนปรับแรงดันบนตัวเรกูเลเตอร์

ในบริบทงานแอร์ ช่างมักใช้ค่าแรงดันฝั่งนี้เพื่อ

  • ใช้ตรวจสอบการทำงานฝั่งร้อนของระบบ
  • ใช้ตรวจสอบความผิดปกติของระบบอัดน้ำยา
  • ใช้ตรวจสอบแรงดันฝั่ง High ตอนเติม / ไล่น้ำยา

แม้เกจไนโตรเจนจะไม่ใช่แมนิโฟลด์เกจโดยตรง แต่หลักการอ่านแรงดันฝั่งจ่ายก็คล้ายกับการดู High Pressure ของระบบ ถ้าเราตั้งค่าแรงดันทดสอบไว้ เช่น 300–500 psi (ตามสเปกระบบ) เราสามารถสังเกตได้ว่าแรงดันตกหรือไม่ ซึ่งบอกได้ว่าระบบมีรั่วหรือเปล่า

ตัวอย่างสถานการณ์จริงติดตั้งแอร์ใหม่ เดินท่อเสร็จ เชื่อมเรียบร้อย ก่อนปล่อยน้ำยา ต้องอัดไนโตรเจนทดสอบ ถ้า Delivery Pressure ตั้งไว้ 400 psi แล้วผ่านไป 24 ชั่วโมงแรงดันตก แปลว่ามีจุดรั่ว ต้องแก้ก่อนส่งงาน

2. Cylinder Pressure (ฝั่งถังน้ำยา)

Cylinder Pressure คือค่าแรงดันภายในถังไนโตรเจน ค่านี้บอก “สถานะของถัง” ไม่ได้เกี่ยวกับแรงดันที่เราจะจ่ายออกโดยตรง ซึ่งประโยชน์ของการดูค่า Cylinder Pressure มีดังนี้

  1. ตรวจว่าน้ำยาในถัง ยังมีแรงดัน / ยังไม่หมด
  2. ประเมินสภาพถัง ก่อนเติมน้ำยา
  3. เช็กความปลอดภัย (แรงดันสูงเกินจากการโดนแดดหรือไม่)

ถ้าแรงดันในถังลดลงต่ำมาก อาจหมายถึงก๊าซใกล้หมด แต่ถ้าแรงดันสูงผิดปกติ โดยเฉพาะถังที่วางตากแดด อาจมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยต้องระวังเป็นพิเศษ ช่างมืออาชีพจะไม่ดูแค่ฝั่งจ่าย แต่จะเหลือบดูฝั่งถังทุกครั้งก่อนเริ่มงาน

วิธีการต่อเกจ เพื่อเติมสารทำความเย็น

การต่อเกจอย่างถูกต้อง สำคัญทั้งเรื่องความแม่นยำและความปลอดภัย ถ้าต่อผิด ลำดับผิด อาจทำให้อากาศเข้าไปในระบบ หรือเกิดแรงดันกระชากได้

ขั้นตอนการปฏิบัติ

  1. ปิดวาล์วเกจ หมุนตามเข็มนาฬิกา
  2. ต่อสายเกจจากวาล์วฝั่งซ้ายเข้ากับถัง
  3. ต่อสายเกจจากวาล์วด้านล่างเข้ากับระบบผ่านเซอร์วิสวาล์ว
  4. เปิดวาล์วถังพร้อมกับเปิดวาล์วเกจ

ลำดับนี้ช่วยป้องกันแรงดันกระชากและควบคุมการไหลได้แม่นยำ

วิธีการต่อเกจ เพื่อเช็คแรงดันในระบบ

กรณีนี้ต่างจากการเติม เพราะเราไม่ได้ต้องการจ่ายก๊าซเข้าไป แค่ต้องการ “อ่านค่าแรงดัน”

ขั้นตอนการปฏิบัติ

  1. ปิดวาล์วเกจ หมุนตามเข็มนาฬิกา
  2. ต่อสายเกจจากวาล์วด้านล่างเข้ากับระบบผ่านเซอร์วิสวาล์ว

หมายเหตุในการเช็คแรงดัน ไม่จำเป็นต้องเปิดวาล์วที่ตัวเกจ เพราะเราเพียงแค่อ่านค่าจากแรงดันที่มีอยู่ในระบบ

Tips สำคัญที่ช่างไม่ควรมองข้าม

Air Purge Port คืออะไร?

Air Purge Port มีไว้สำหรับไล่อากาศในสายก่อนเติมสารทำความเย็นเข้าระบบ ถ้าเราไม่ไล่อากาศออกก่อน อากาศจะเข้าไปปนในระบบ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และอาจเกิดความชื้นสะสมภายใน

ระบบภายใน

ภายในเกจบางรุ่นมีไส้ศรป้องกันอากาศไหลย้อนเข้าไปในระบบในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

การใช้งานร่วม

สามารถใช้ต่อเข้ากับไมครอนเกจได้อีกด้วย โดยเฉพาะตอนแวคคั่มเพื่อดูค่าความลึกของสูญญากาศอย่างแม่นยำ

ข้อควรระวังในการใช้งาน

  • ควรต่อแมนิโฟลด์เข้ากับระบบหลังจากที่ระบบทำงานแล้ว เพื่อป้องกันเกจเสียหายจากแรงดันสูง
  • หลีกเลี่ยงการวางถังไนโตรเจนกลางแดด
  • อย่าหมุนปรับแรงดันรวดเร็วเกินไป
  • ตรวจสอบโอริงและข้อต่อทุกครั้งก่อนใช้งาน

การประมาทเล็กน้อย อาจทำให้อุปกรณ์ราคาแพงเสียหายได้

สรุป

เกจปรับแรงดันไนโตรเจน คืออุปกรณ์สำหรับควบคุมและแสดงค่าแรงดันก๊าซจากถัง ก่อนส่งเข้าสู่ระบบทำความเย็น โดยช่วยลดแรงดันสูงให้เหมาะสมกับงาน เช่น ทดสอบแรงดัน ไล่ความชื้น และทำ Nitrogen Purging ตัวเกจสามารถอ่านค่าได้ 2 ส่วนหลัก คือ Cylinder Pressure (แรงดันในถัง) สำหรับเช็กสถานะและความปลอดภัยของถัง และ Delivery Pressure (แรงดันฝั่งจ่าย) สำหรับควบคุมแรงดันที่ส่งเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจรั่วหรือเช็กการทำงาน การต่อเกจที่ถูกลำดับ รวมถึงการใช้ Air Purge Port และตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งาน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันอากาศเข้าระบบ ลดความเสียหาย และเพิ่มความแม่นยำในการทำงานของช่างแอร์

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกจปรับแรงดันไนโตรเจน

1. เกจปรับแรงดันไนโตรเจนใช้ทำอะไรบ้าง?

ใช้สำหรับลดและควบคุมแรงดันไนโตรเจนจากถัง เพื่อนำไปทดสอบรอยรั่ว (Pressure Test) ไล่ความชื้นในระบบ และใช้ Purge ระหว่างเชื่อมท่อทองแดง เพื่อป้องกันคราบออกไซด์ภายในท่อ

2. ค่า Cylinder Pressure กับ Delivery Pressure ต่างกันอย่างไร?

Cylinder Pressure คือแรงดันที่อยู่ในถัง บอกสถานะก๊าซและความปลอดภัย ส่วน Delivery Pressure คือแรงดันที่ถูกปรับแล้วและกำลังจ่ายเข้าสู่ระบบ ซึ่งเป็นค่าที่ช่างใช้ควบคุมตอนทดสอบหรือเติมก๊าซ

3. ทดสอบแรงดันแอร์ควรตั้งไว้กี่ PSI?

โดยทั่วไปงานแอร์บ้านมักทดสอบที่ประมาณ 300–500 PSI แต่ควรอ้างอิงตามสเปกระบบหรือผู้ผลิตอุปกรณ์เสมอ เพื่อป้องกันความเสียหาย

4. จำเป็นต้องไล่อากาศ (Air Purge) ก่อนเติมก๊าซหรือไม่?

จำเป็นมาก เพราะหากมีอากาศค้างในสาย จะเข้าไปปนในระบบ ทำให้เกิดความชื้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง และอาจทำให้ระบบมีปัญหาระยะยาว

5. ทำไมต้องระวังเรื่องแรงดันในถังไนโตรเจน?

ถังที่โดนแดดหรือความร้อนสูงอาจทำให้แรงดันเพิ่มขึ้นผิดปกติ เสี่ยงต่ออันตรายได้ จึงควรเก็บถังในที่ร่ม และตรวจสอบค่า Cylinder Pressure ทุกครั้งก่อนใช้งาน